Gallery
อัลบั้มภาพกิจกรรมการอบรมและสัมมนาต่างๆ
การปรับปรุงมาตรฐาน ISO 14001:2026 ทำให้บทบาทของการตรวจติดตามภายใน (Internal Audit) มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่เพียงการตรวจเพื่อความสอดคล้องตามข้อกำหนด (Compliance) แต่ต้องเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการ • ประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม • ตรวจสอบประสิทธิผลของการควบคุมด้านสิ่งแวดล้อม • สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน และ ESG
เทคนิคในการแก้ไขปัญหา Problem Solving เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการการแก้ปัญหา และปรับปรุงงานตามขั้นตอนของ QC Story เราเรียกว่าการแก้ปัญหาแบบ QC โดยทำตามขั้นตอนของ PDCA ตั้งแต่ การระบุปัญหาที่ชัดเจน การเก็บข้อมูล การสำรวจสภาพปัจจุบัน การกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัด การวิเคราะห์หาสาเหตุ มาตรการการแก้ไข การติดตามผล ตลอดจนการจัดทำมาตรฐานที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า ปัญหาดังกล่าวมีกระบวนการวิเคราะห์หาสาเหตุ พร้อมทั้งมีการกำหนดแนวทางการแก้ไขอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำขึ้นอีก การดำเนินกิจกรรมตามขั้นตอนเหล่านี้อย่างต่อเนื่องให้เป็นวัฒนธรรมขององค์กรก็จะสามารถสร้างองค์กรให้พัฒนาได้อย่างยั่งยืน สามารถตอบสนอง QCD ตามความต้องการของลูกค้าได้ การแก้ไขปัญหา คือ “การทำให้กลับสู่สภาพเดิม” ส่วน การปรับปรุง คือ “การทำลายสภาพเดิม โดยระดับของผลงานสูงขึ้น ยังผลให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงขึ้น”
หลักสูตรนี้ออกแบบเพื่อให้ผู้ประกอบการ เจ้าหน้าที่นำเข้า-ส่งออก เจ้าหน้าที่บัญชีการเงิน เจ้าหน้าที่จัดซื้อ ฝ่ายกฎหมาย/ภาษี และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าใจทั้งบทบาททางธุรกิจและระเบียบปฏิบัติตาม กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ พร้อมสามารถวาง กลยุทธ์ลดต้นทุนภาษีศุลกากร ปรับปรุงกระบวนการ ให้สอดคล้องกับข้อตกลงการค้าเสรี (FTA / Preferential Trade Agreements) และป้องกัน/รับมือกับ ความเสี่ยงจากการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ในโลกการทำงานยุคปัจจุบัน องค์กรไม่ได้แข่งขันกันเพียงด้านผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี หรือเงินลงทุนอีก ต่อไป แต่กำลังแข่งขันกันด้วย "คุณภาพของผู้นำ" เพราะหัวหน้างานคือบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดกับพนักงานมาก ที่สุด และเป็นผู้แปลงนโยบายของผู้บริหารให้เกิดผลลัพธ์ในการปฏิบัติงานจริง อย่างไรก็ตาม หัวหน้างานจำนวนไม่น้อยได้รับการเลื่อนตำแหน่งจากความสามารถด้านเทคนิคหรือ ผลงานส่วนบุคคล แต่ไม่เคยได้รับการพัฒนาทักษะการบริหารคนอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้เกิดปัญหาการ สื่อสาร การมอบหมายงาน การสร้างแรงจูงใจ การบริหารความขัดแย้ง และการสร้างทีมงาน ซึ่งล้วนส่งผล กระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน ความผูกพันของพนักงาน และผลประกอบการขององค์กรในระยะยาว
ในสภาวะการแข่งขันทางธุรกิจที่องค์กรต้องเผชิญกับปัญหาและความสูญเสียในการทำงานอยู่ ตลอดเวลา การแก้ไขปัญหาแบบเฉพาะหน้า (Temporary Fix) อาจช่วยให้งานเดินต่อได้เพียงระยะสั้น แต่ไม่สามารถป้องกันการเกิดซ้ำของปัญหาได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น องค์กรจึงจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรให้มี “ทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงสาเหตุ” (Root Cause Thinking) เพื่อค้นหาต้นตอที่แท้จริงของปัญหา และกำหนดแนวทางป้องกันได้อย่างเป็นระบบ หลักการ Why-Why Analysis หรือ 5 Why Technique เป็นเครื่องมือสำคัญที่ได้รับการยอมรับใน ระดับสากลในการวิเคราะห์หาสาเหตุรากเห ง้าของปัญหา (Root Cause Analysis) โดยช่วยให้ ผู้ปฏิบัติงานสามารถตั้งคำถามอย่างเป็นระบบ วิเคราะห์ข้อมูลจากข้อเท็จจริง และเชื่อมโยงไปสู่แนวทาง ป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดซ้ำ
ปัจจุบันรถยนต์ซึ่งถือว่าเป็นพาหนะเดินทางหรือแม้แต่เป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนหรือกำลังการผลิตใน ภาคอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมการขนส่ง การประกอบธุรกิจโดยสาร การรับส่งพนักงาน หรือแม้แต่บางสถาน ประกอบกิจการมีการจัดสรรสวัสดิการโดยการมอบรถยนต์ส่วนบุคคลสำหรับการใช้งาน เป็นต้น ดังที่กล่าวมานี้ ก็พบ การเกิดอุบัติการณ์ที่เกิดจากการใช้รถยนต์ อยู่เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง บริษัท จึงเล็งเห็นความสำคัญ ของหลักสูตร “การขับรถเชิงป้องกันอุบัติเหตุ” เพื่อพัฒนาและเพิ่มความรู้ สำหรับผู้ขับขี่ ซึ่งมุ่งเน้นให้ผู้อบรมสามารถขับได้อย่างปลอดภัย และมีจิตสำนึกในการใช้รถยนต์ และการปฏิบัติตามกฎ จราจร เพื่อลดความสูญเสียอันจะเกิดขึ้นกับผู้ขับขี่ องค์กรและผู้อื่น ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ฝึกอบรมและบริษัทได้รับประโยชน์ และประสิทธิผลจากการอบรมอย่างสูงสุด
ท่ามกลางสภาวะความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว (VUCA World) การทำงานคนเดียวไม่ใช่คำตอบ อีกต่อไป แต่การทำงานร่วมกัน (Collaboration) คือกุญแจสำคัญที่สร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ งานวิจัยจาก Stanford ระบุว่าทีมที่มีการประสานงานที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการ ทำงานได้มากกว่า 50% หลักสูตรนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อทลายกำแพงความคิดแบบแยกส่วน สู่การสร้าง วัฒนธรรม "One Team" ที่ทุกคนเข้าใจบทบาท (Role Clarity)
การพัฒนากระบวนการคิดเชิงนวัตกรรมเพื่อยกระดับประสิทธิภาพขององค์กร Innovative Thinking Process for Organizational Performance Excellence
ในการทำงานร่วมกันเป็นทีม "การสื่อสาร" เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจ ความเชื่อใจ และความร่วมมือ การสื่อสารที่ไม่มีประสิทธิภาพมักนำไปสู่ความเข้าใจผิด ความขัดแย้ง และการสูญเสียโอกาสในการพัฒนา การอบรมหลักสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อให้หัวหน้างานเข้าใจบทบาทของตนในฐานะผู้สื่อสารหลักของทีม และสามารถใช้ทักษะการสื่อสารที่หลากหลาย เพื่อขับเคลื่อนการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ