หัวข้อการอบรม
เนื้อหาหลักสูตร (Key Learning – 1 Day)
แนวคิดสำคัญ: การสอนงานที่มีประสิทธิภาพไม่ได้จบตรงที่ “หัวหน้าสอนไปแล้ว” แต่จบเมื่อ “ผู้เรียนสามารถปฏิบัติงานได้ถูกต้อง ปลอดภัย และได้มาตรฐานด้วยตนเอง”
MODULE 1
เปลี่ยนหัวหน้าจาก “คนเก่งงาน” สู่ “ผู้สร้างคนเก่งงาน” (From Job Expert to Effective Job Instructor)
1.1 OJT และ TWI กับการพัฒนาคนหน้างาน (OJT & TWI for Workforce Development)
• ความหมายและบทบาทของการสอนงานขณะปฏิบัติงาน (Meaning & Role of OJT)
• ทำไม “การบอกงาน” ไม่เท่ากับ “การสอนงาน” (Telling vs. Teaching)
• แนวคิด Training Within Industry และ Job Instruction (TWI-JI Concept)
• เชื่อม OJT กับ Standard Work, SOP/WI และ Skill Development
1.2 บทบาทและ Mindset ของผู้สอนงาน (Job Instructor's Role & Mindset)
• จาก Supervisor → Trainer → Developer
• หน้าที่ของหัวหน้าในการสร้าง Competency
• สอน “งาน” พร้อมสร้าง “ความมั่นใจ”
• กับดักของคนเก่ง: “เรื่องง่ายแค่นี้ ทำไมไม่เข้าใจ?”
1.3 จิตวิทยาการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ (Adult Learning Psychology)
• ผู้ใหญ่เรียนรู้ได้ดีเมื่อเห็นความสำคัญและเชื่อมโยงกับงาน (Relevance-Based Learning)
• การเชื่อมประสบการณ์เดิมกับทักษะใหม่ (Experience Connection)
• Learning by Doing: ดู → ลอง → Feedback → ทำซ้ำ
• Psychological Safety ระหว่างการฝึกปฏิบัติ
1.4 การสื่อสารสำหรับผู้สอนงาน (Instructional Communication)
• เทคนิค 3V Communication: Verbal / Vocal / Visual
• การใช้คำพูดสั้น ชัด และเป็นภาษาหน้างาน
• Demonstration + Questioning + Checking Understanding
• Feedback เพื่อแก้พฤติกรรมโดยไม่ทำลายความมั่นใจ
Workshop 1: “สอนไปแล้ว...ทำไมยังทำไม่ได้?”
ผู้เรียนวิเคราะห์ Case Study การสอนงานที่ล้มเหลว แล้วค้นหา Root Cause ว่าปัญหาเกิดจาก ผู้เรียน / วิธีสอน / ขั้นตอนงาน / การสื่อสาร / การติดตาม
MODULE 2
แตกงานให้เป็น ก่อนถ่ายทอดให้เป็น (Job Breakdown & TWI Job Instruction)
นี่คือ “หัวใจ” ของหลักสูตร เพราะก่อนจะสอนงานได้ดี หัวหน้าต้องสามารถ มองงานที่ตนเองทำจนเป็นอัตโนมัติ แล้วแตกออกมาเป็นสิ่งที่คนอื่นสามารถเรียนรู้ได้
2.1 เทคนิคการซอยงาน (Job Breakdown Technique)
• แยกงานออกเป็นขั้นตอนสำคัญ (Important Steps)
• ระบุจุดสำคัญที่ทำให้งานสำเร็จ/ปลอดภัย/ได้คุณภาพ (Key Points)
• อธิบายเหตุผลว่าทำไมต้องทำเช่นนั้น (Reasons Why)
• เปลี่ยน Tacit Knowledge → Explicit Knowledge
2.2 เตรียมผู้เรียนให้พร้อม (Step 1: Prepare the Worker)
• สร้างความผ่อนคลายและความพร้อมในการเรียน
• ค้นหาว่าผู้เรียนรู้อะไรอยู่แล้ว
• สร้างความสนใจและแรงจูงใจ
• จัดตำแหน่งให้ผู้เรียนสามารถเห็นการสาธิตได้ชัดเจน
2.3 ถ่ายทอดและสาธิตงาน (Step 2: Present the Operation)
• บอก แสดง และอธิบายทีละ Important Step
• เน้น Key Points ที่ส่งผลต่อ Quality / Safety / Productivity
• อธิบาย Reasons Why
• ใช้ Demonstration เพื่อเปลี่ยนคำพูดให้เป็นภาพการทำงานจริง
Workshop 2: Job Breakdown – แตกงานจริงให้สอนได้จริง
ผู้เข้าอบรมเลือกงานจริง 1 งาน เช่น
“เปลี่ยนใบมีด / ตรวจสอบสินค้า / ตั้งเครื่อง / รับคำสั่งซื้อ / บันทึกข้อมูล / ตรวจ Safety ก่อนเริ่มงาน”
แล้วจัดทำ
Important Steps | Key Points | Reasons Why
จากนั้นเปลี่ยน Job Breakdown ให้เป็น แผนการสอนงานจริง
MODULE 3
ฝึกให้ทำได้จริง และติดตามจนเกิด Competency (Practice, Verification & Follow-up)
3.1 ให้ผู้เรียนทดลองปฏิบัติ (Step 3: Try Out Performance)
• ให้ผู้เรียนทดลองทำงานด้วยตนเอง
• ให้ผู้เรียนอธิบาย Important Steps
• ให้ผู้เรียนอธิบาย Key Points และ Reasons Why
• Correct → Coach → Repeat จนสามารถทำได้ตามมาตรฐาน
3.2 ตรวจสอบและติดตามผล (Step 4: Follow Up)
• กำหนดจุดติดตามหลังการสอนงาน
• ลดการช่วยเหลือลงเมื่อผู้เรียนมี Competency เพิ่มขึ้น
• Observe & Feedback จากพฤติกรรมจริง
• ตรวจสอบว่าผู้เรียน “ทำได้จริง” ไม่ใช่เพียง “บอกว่าทำได้”
3.3 วัดประสิทธิผลของ OJT (OJT Effectiveness Measurement)
ใช้แนวคิด Learn → Demonstrate → Perform → Sustain
ประเมิน 4 ระดับ ได้แก่
Knowledge – เข้าใจหรือไม่
Skill – ทำได้หรือไม่
Performance – ทำได้ตามมาตรฐานหรือไม่
Sustainability – ยังทำได้ถูกต้องเมื่อเวลาผ่านไปหรือไม่
Workshop 3: TWI Job Instruction Simulation – สอนจริง ประเมินจริง
ผู้เข้าอบรมจำลองบทบาท
Supervisor / Instructor → Employee / Learner → Observer
ฝึกครบวงจร
Prepare → Present → Try Out → Follow Up
Observer ใช้ TWI Job Instruction Checklist ประเมิน จากนั้นให้ Feedback และให้ผู้สอนปรับวิธีการก่อนทดลองใหม่