In-house Training

In-house Training

หลักสูตรฝึกอบรมภายในองค์กรที่ออกแบบเฉพาะตามความต้องการของคุณ

WISDOM MAX CENTER | CREATE YOUR WISDOM FOR GROWTH
WISDOM MAX CENTER | CREATE YOUR WISDOM FOR SUCCESS
WISDOM MAX CENTER | CREATE YOUR WISDOM FOR PROFITABILITY

We are the Training Institute that is committed to providing knowledges and potentials for people development

5 Steps to Be a Great Supervisor in Practice

5 ก้าวสู่การเป็นสุดยอดหัวหน้างานมืออาชีพเชิงปฏิบัติการ

การเปลี่ยนตำแหน่งเกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่ การเปลี่ยน Mindset บทบาท และทักษะการบริหารคน ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ หัวหน้างานจำนวนไม่ น้อยจึงยังทำงานแบบพนักงานเก่ง เน้นแก้ปัญหาด้วยตนเอง สั่งงานมากกว่าสื่อสาร และควบคุมมากกว่า พัฒนาคน ผลที่ตามมาคือหัวหน้างานเหนื่อย ทีมไม่เติบโต และองค์กรสูญเสียประสิทธิภาพ หลักสูตรนี้จึง ออกแบบให้ผู้เรียนเปลี่ยนจาก Individual Contributor สู่ People & Performance Leader ผ่าน 5 ก้าวสำคัญ ตั้งแต่การปรับกรอบความคิด เข้าใจบทบาท รู้ตน–รู้คน–รู้งาน

ระยะเวลา 1 วัน
30 คน
กลาง

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

1. ปรับ Mindset จากผู้ปฏิบัติงานสู่หัวหน้างาน และเข้าใจความแตกต่างระหว่างการทำงานให้สำเร็จด้วย ตนเองกับการสร้างผลงานผ่านทีม

2. เข้าใจบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบ และความคาดหวังขององค์กร ที่มีต่อหัวหน้างานอย่างชัดเจน

3. ประยุกต์แนวคิด “รู้ตน–รู้คน–รู้งาน” เพื่อบริหารตนเอง ผู้ใต้บังคับบัญชา และผลงานได้เหมาะสม

4. พัฒนาทักษะสำคัญด้าน Communication, Coaching, Motivation, Problem Solving และ Teamwork

หัวข้อการอบรม

รายละเอียดการอบรม

หัวข้อการอบรม
เนื้อหาหลักสูตร (Key Learning – 1 Day)
MODULE 1
เปลี่ยนบทบาทและกรอบความคิดสู่หัวหน้างานมืออาชีพ (From Staff Mindset to Professional Supervisor)
“ตำแหน่งทำให้คุณมีอำนาจ แต่พฤติกรรมของคุณต่างหากที่ทำให้คนยอมรับ”
STEP 1 — เปลี่ยนกรอบความคิดจาก “ผู้ปฏิบัติ” สู่ “ผู้นำทีม” (Supervisor Mindset Shift)
การเปลี่ยนจาก Individual Contributor สู่ Supervisor (From Doing to Leading) 
— เข้าใจว่าความสำเร็จของหัวหน้าไม่ได้วัดเฉพาะงานที่ตนเองทำ แต่รวมถึงผลงานของทีม 
หัวหน้างานยุคใหม่ที่องค์กรและลูกน้องคาดหวัง (Modern Supervisor Expectations) 
— บริหารทั้ง People, Performance และ Process 
หัวหน้างานมืออาชีพกับหัวหน้าที่เพียงมีตำแหน่ง (Professional vs. Positional Supervisor) — วิเคราะห์พฤติกรรมที่สร้างและทำลายความน่าเชื่อถือ 
STEP 2 — เข้าใจบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ (Role, Responsibility & Accountability)
บทบาทหัวหน้างานในฐานะตัวเชื่อมองค์กรกับพนักงาน (Supervisor as Organizational Link) — แปลงเป้าหมายระดับองค์กรสู่การปฏิบัติของทีม 
Responsibility vs. Accountability — แยกสิ่งที่ต้องลงมือทำออกจากผลลัพธ์ที่หัวหน้าต้องรับผิดชอบ 
THC ของหัวหน้างานมืออาชีพ (THC of Professional Supervisor) — เชื่อมแนวคิดเดิมของหลักสูตรสู่พฤติกรรมที่องค์กรคาดหวัง 
 
MODULE 2
STEP 3: รู้ตน รู้คน รู้งาน เพื่อบริหารทีมอย่างเข้าใจ (Know Self – Know People – Know Work)
“ก่อนบริหารคนอื่นได้ดี หัวหน้าต้องเริ่มจากเข้าใจตนเอง เข้าใจคน และเข้าใจสิ่งที่ตนรับผิดชอบ”
STEP 3 — 3 รู้ของหัวหน้างานมืออาชีพ (3 Keys of Supervisor Effectiveness)
รู้ตน (Know Yourself) — วิเคราะห์สไตล์การทำงาน การสื่อสาร จุดแข็ง และ Blind Spot ของตนเอง Responsibility–Accountability
รู้คน (Know Your People) — เข้าใจความแตกต่างด้านพฤติกรรม ประสบการณ์ แรงจูงใจ และความพร้อมของลูกน้อง DISC ความแตกต่างของบุคคล/Generation
รู้งาน (Know Your Work) — เข้าใจเป้าหมาย มาตรฐาน ลำดับความสำคัญ Responsibility และ Accountability 
ปรับวิธีบริหารตามคนและสถานการณ์ (Adaptive Supervisory Approach) 
— ลดการใช้วิธีเดียวกับลูกน้องทุกคน 4 Types of Subodinates
 
MODULE 3
STEP 4–5: สื่อสาร พัฒนาคน แก้ปัญหา และนำทีมสู่ผลลัพธ์ (Communicate, Coach & Lead for Results)
“หัวหน้าที่เก่งไม่ได้สร้างลูกน้องที่ต้องพึ่งหัวหน้า แต่สร้างทีมที่สามารถคิด ทำ และรับผิดชอบได้มากขึ้น”
STEP 4 — สื่อสาร สอนงาน และสร้างแรงจูงใจ (Communicate, Coach & Motivate)
การสอนงานและ Coaching (Coaching for Performance) 
- เปลี่ยนจากการบอกคำตอบเป็นการช่วยให้ลูกน้องคิดและพัฒนา 
การมอบหมายงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Delegation) 
— กำหนด Expected Result, Authority, Deadline และ Follow-up 
การสื่อสารและการฟังอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Communication & Active Listening) — สื่อสารให้ชัด ฟังเพื่อเข้าใจ และลดความคลาดเคลื่อน 
STEP 5 — แก้ปัญหา ตัดสินใจ และสร้างทีมให้สำเร็จ (Problem Solving, Decision Making & Team Leadership)
คิดจากปัญหาสู่สาเหตุ (Problem to Root Cause) — ไม่รีบแก้เพียงอาการ แต่ค้นหาสาเหตุที่แท้จริง 
การตัดสินใจของหัวหน้างาน (Practical Decision Making) — ใช้ข้อมูล ผลกระทบ ความเร่งด่วน และความเสี่ยงประกอบการตัดสินใจ 
สร้าง Ownership ในทีม (Building Team Ownership) — เปลี่ยนจาก “เรื่องของหัวหน้า” เป็น “ความรับผิดชอบร่วมของทีม” 
การทำงานเป็นทีมสู่เป้าหมาย (Teamwork for Results) — เชื่อมเป้าหมาย บทบาท การสื่อสาร และการติดตามผลงาน 

สนใจหลักสูตรนี้?

กรอกข้อมูลเพื่อขอรับคำปรึกษาและใบเสนอราคา

รูปแบบการฝึกอบรมที่ต้องการ

ช่วงเวลาที่ต้องการฝึกอบรม

ระดับของพนักงานที่เข้าอบรม

งบประมาณการฝึกอบรมต่อวัน