วัตถุประสงค์การเรียนรู้
1. เพื่อเข้าใจ GD&T ตามมาตรฐาน ASME Y14.5-2009
2. เพื่อความเข้าใจเกณฑ์ความเผื่อทางขนาดและเรขาคณิตสำหรับการออกแบบ
Interpretation GD&T ASME Y14.5 2009
ในกระบวนการสร้างผลิตภัณฑ์ (Product) จะประกอบไปด้วยหลายขั้นตอนแตกต่างกันออกไปแล้วแต่ผลิตภัณฑ์ และการออกแบบกระบวนการผลิต (Process Layouts) ซึ่งขั้นตอนแรกที่จะควบคุมกระบวนการผลิต (Product Control) ของการได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ (Product) จนนำไปสู่ผู้บริโภคซึ่งเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ(KPI) ของกระบวนการผลิต (Manufacturing) คือขั้นตอนการออกแบบชิ้นส่วน (Design of Parts) และนำไปประกอบเป็นผลิตภัณฑ์ (Assembly) แบบงาน (Drawing) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสารสำหรับวิศวกรที่รับผิดชอบในขั้นตอนการออกแบบ (design engineer) กับผู้ที่ส่วนเกี่ยวข้องในการกระบวนการผลิต (Participant Manufacturing) ให้รับทราบถึงความต้องการคุณลักษณะของชิ้นส่วน และผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ สัญลักษณ์ GD&T มีความสำคัญต่อกระบวนการผลิตในลักษณะที่เป็นชิ้นส่วนประกอบ เพราะการให้ค่าพิกัดความเผื่อของขนาดอาจไม่เพียงพอในระหว่างการผลิต เนื่องด้วยผู้ผลิตชิ้นงานวัดขนาดตรงตามค่าพิกัดทุกจุดแต่ไม่สามารถประกอบได้เนื่องจากชิ้นงานเกิดการโก่ง งอ การกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนทางด้านรูปทรงก็จะทำให้งานประกอบสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ปัจจุบันงานอุตสาหกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบหลายชิ้น เช่นอุตสาหกรรม ยานยนต์ เครื่องจักรกล เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนเครื่องกล เป็นต้น การประกอบชิ้นส่วนแต่ละชิ้นจะ ยากหรือง่ายขึ้นอยู่กับขนาดและรูปร่าง จึงเป็นหน้าที่ของวิศวกรออกแบบ (design engineer) ที่ต้องกำหนดรายละเอียด และสัญลักษณ์ GD&T ให้ถูกต้อง เหมาะสมเพื่อให้กระบวนการผลิตมุ่งสู่เป้าหมายในระบบคุณภาพ (QMS) ให้ดีที่สุด
1. เพื่อเข้าใจ GD&T ตามมาตรฐาน ASME Y14.5-2009
2. เพื่อความเข้าใจเกณฑ์ความเผื่อทางขนาดและเรขาคณิตสำหรับการออกแบบ
|
วันที่ |
เวลา |
หัวข้อวิชา |
ทฤษฏี |
ปฏิบัติ |
รวม |
หมายเหตุ |
|
วันที่ 1
|
9.00-10.30
|
Introduction 1.ความหมายของ GD&T
|
1.5 |
- |
1.5 |
|
|
10.30-10.45 |
เบรค |
|
- |
|
|
|
|
10.45-12.00 |
8.2.2 เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของตำแหน่ง (การเบี่ยงเบนของตำแหน่ง) 8.2.2.1 ความได้ตำแหน่ง (Position) 8.2.2.2 ความสมมาตร (Symmetry) 8.2.2.3 ความร่วมศูนย์ (Concentricity) 8.2.2.4 สรุปการจัดวางตำแหน่ง 8.2.3 เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของการหนีจากจุดอ้างอิง (การเบี่ยงเบนจากการหมุน) 8.2.3.1 ความเบี่ยงเบนจากการหมุนเหวี่ยงในแต่ละระนาบ (Circular Runout) 8.2.3.2 ความเบี่ยงเบนจากการหมุนเหวี่ยงตลอดทั้งพื้นผิว (Total Runout) 8.2.4 ความคลาดเคลื่อนที่โปรไฟล์ของระนาบ 8.2.4.1 รูปโครงร่างของพื้นผิวใดๆ (Profile of a surface) 8.2.4.2 รูปโครงร่างของเส้นใดๆ (Profile of line) |
1.15 |
- |
1.15 |
|
|
|
|
12.00-13.00 |
พักกลางวัน |
|
- |
|
|
|
|
13.00-14.30 |
9. ส่วนที่มีปริมาณเนื้อวัสดุเหลือมากที่สุด (MMC) และส่วนที่มีปริมาณเนื้อวัสดุเหลือน้อยที่สุด (LMC) 9.1 การระบุประโยชน์ของส่วนที่มีปริมาณเนื้อวัสดุเหลือมากที่สุดและส่วนที่มีปริมาณเนื้อวัสดุเหลือน้อย ที่สุด 10. ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Datum 10.1 Feature ของ Datum ชนิดหลักๆ 10.1.1 ระนาบ Datum 10.1.2 เส้น Datum 10.1.3 แกน Datum (เพลาทรงกระบอก) 10.1.4 จุด 10.2 Datum ร่วมและระบบ Datum 10.2.1 Datum ร่วม 10.2.2 ระบบ Datum 10.3เป้าหมายของ Datum 10.3.1 ความจำเป็นของเป้าหมายของ Datum 10.3.2 การระบุเป้าหมายของ Datum 10.3.3 สรุปการใช้ Datum |
1.5 |
- |
1.5 |
|
|
|
14.30-14.45 |
เบรค |
|
|
|
|
|
|
14.45-16.00 |
11.เทคนิคการวิเคราะห์ผล 11.1 Worst Case Boundary 11.2Tolerance Zone Shape กรณีศึกษา ถาม - ตอบ |
0.5 |
0.45 |
1.15 |
|
กรอกข้อมูลเพื่อขอรับคำปรึกษาและใบเสนอราคา